ลงทุน ETF เริ่มต้นอย่างไร ? อธิบายแบบขั้นตอนต่อขั้นตอน

ใครที่มองเห็นโอกาสการลงทุนใน ETF แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไงดี มาหาคำตอบใน ลงทุน ETF เริ่มต้นอย่างไร ? อธิบายแบบขั้นตอนต่อขั้นตอน หลังจากนั้นก็สามารถเริ่มลงทุนด้วยตัวเองได้ทันที ETF เป็นกองทุนรวมรูปแบบหนึ่งที่มีนโยบาย เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนี หรือราคาของสินทรัพย์อ้างอิง ละที่สำคัญคือมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อ-ขาย ETF ได้สะดวก ง่ายดาย เหมือนหุ้นตัวหนึ่งเลย

ลงทุน ETF เริ่มต้นอย่างไร ? อธิบายแบบขั้นตอนต่อขั้นตอน

สำหรับใครที่มองเห็นโอกาสการลงทุนใน ETF แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไงดีทาง 168slot.online ได้สรุปขั้นตอนการลงทุนใน ETF แบบง่าย ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบไว้ที่นี่แล้วเป็นคำอธิบายที่ใครอ่านก็สามารถลงทุนได้ 

เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

สำหรับขั้นแรกผู้ลงทุนจะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ก่อน ซึ่งถ้าใครมีบัญชีซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ทันที เพราะสามารถใช้บัญชีนั้นลงทุน ETF ได้ทันที

แต่ใครที่ยังไม่มีและต้องการเปิดบัญชีเป็นครั้งแรก สามารถเปิดบัญชีได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ( บล. ) หรือ โบรกเกอร์ โดยตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET ) 

หลักทรัพย์

วิธีซื้อขาย ETF ด้วยตัวเอง

เมื่อเปิดบัญชีหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว เท่านี้ก็สามารถเริ่มลงทุนได้ทันที ซึ่งเราสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ ทั้งทางอินเทอร์เน็ตด้วยตนเองผ่านโปรแกรม Streaming หรือติดต่อเจ้าหน้าที่การตลาดก็ได้ ถ้าต้องการซื้อ ETF ผ่านโปรแกรม Streaming ต้องเริ่มอย่างไร

  1. Log In เข้าโปรแกรม Streaming โดยกรอก Username และ Password และเลือกโบรกเกอร์ที่เปิดบัญชีไว้
  2. เมื่อเข้าสู่หน้า Sum ให้เลือกที่เมนูด้านล่าง “ Buy/Sell ” เพื่อเข้าสู่หน้าส่งคำสั่งซื้อขาย
  3. เลือกสั่งคำสั่งซื้อ (Buy) หรือ (ขาย) Sell ตามเมนูย่อยด้านบน และระบุข้อมูลที่จำเป็นตามนี้
    • Symbol : ตัวย่อของ ETF ที่ต้องการซื้อขาย
    • Volume : จำนวนหน่วยที่ต้องการซื้อขาย
    • Price : ราคาต่อหน่วยที่ต้องการซื้อขาย
    • PIN : เลข 6 หลักที่เป็นรหัสประจำตัวสำหรับการซื้อขาย
  4. เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว หากต้องการซื้อ ETF ก็เพียงกดเมนู “ Buy ” แล้วกด “ Confirm ” เพื่อยืนยันข้อมูลทำรายการ เท่านี้ก็เป็นที่เรียบร้อย

เงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนเริ่มซื้อขาย ETF

ใช้การจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติเหมือนหุ้น

ETF ใช้ระบบจัดเรียงคำสั่งซื้อขายเหมือนหุ้น โดยใช้หลัก Price Then Time Priority คือ คำสั่งไหนเสนอราคาซื้อสูงสุดจะถูกจัดเรียงไว้ลำดับที่หนึ่ง แต่ถ้าหากคำสั่งไหนมีราคาเสนอเท่ากันก็ให้จัดเรียงตามเวลา 

ส่วนกรณีเสนอขาย หากคำสั่งไหนเสนอขายต่ำที่สุด ก็จะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่งนั่นเอง และหากมีคำสั่งซื้อขายสามารถจับคู่กันได้ ( ราคาเสนอซื้อและเสนอขายตรงกัน ) ก็จะสามารถซื้อขายได้ทันทีโดยอัตโนมัติ ซึ่งการเข้าใจหลักการจับคู่ซื้อขาย จะช่วยให้เราสามารถวางแผนเข้าซื้อขายได้ดียิ่งขึ้น

หน่วยการซื้อขายขั้นต่ำ

หากต้องการซื้อ ETF จะต้องซื้อขั้นต่ำที่ 1 Board Lot ซึ่งมีจำนวนเท่ากับ 100 หน่วย เพราะฉะนั้นแล้ว เราจะไม่สามารถซื้อ ETF จำนวน 1 หน่วยได้ 
ยกตัวอย่างเช่น หาก ETF ที่ต้องซื้อมีราคาอยู่ที่หน่วยละ 10 บาท  ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องเตรียมจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 1,000 บาทนั่นเอง

ราคาสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวัน

ราคา ETF มีการกำหนดราคาสูงสุด ( Ceiling ) และราคาต่ำสุดในแต่ละวัน ( Floor ) ไม่เกิน 30% ของราคาปิดวันทำการก่อนหน้า  

ตัวอย่างเช่น ราคาปิดวันทำการก่อนหน้าอยู่ที่หน่วยละ 10 บาท เท่ากับว่าในวันนี้ราคา ETF จะขึ้นสูงสุดได้ไม่เกิน 13 บาท และลงต่ำสุดได้ไม่เกิน 7 บาท โดยผู้ลงทุนจะไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขาย ETF ที่เกินกรอบ Ceiling & Floor ซึ่งการมีราคาสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันนั้น เพื่อช่วยป้องกันความผิดพลาดในการกรอกราคาคำสั่งซื้อของผู้ลงทุนนั่นเอง

การเคลื่อนไหวของราคา ETF

การเคลื่อนไหวราคา ETF นั้นจะมีความแตกต่างกับหุ้น โดย ETF จะเคลื่อนไหวราคาอยู่ที่ครั้งละ 0.01 บาทในทุกช่วงราคา ต่างจากหุ้นที่จะเคลื่อนไหวแตกต่างกันตามระดับของช่วงราคา จะเห็นว่าข้อดีของการเคลื่อนไหวราคาครั้งละ 0.01 บาทในทุกช่วงราคานั้น ทำให้การลงทุน ETF สามารถซื้อขายได้คล่องตัวมากขึ้นนั่นเอง

ค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย ETF

การซื้อขาย ETF จะมีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย ซึ่งประกอบด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม ( VAT ) 7% และค่าธรรมเนียมในการซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ๆ เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นโดยทั่วไป ซึ่งผู้ลงทุนสามารถคำนวนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยตัวเองคร่าว ๆ ได้ตามสูตรนี้

หากต้องการซื้อ ETF หน่วยละ 10 บาท จำนวน 1,000 หน่วย สมมติว่ามีค่าธรรมเนียมซื้อขายที่ 0.15% เท่ากับว่าจะต้องเสียงค่าใช้จ่าย 10 x 1000 x 0.0015 x 1.07 = 16.05 บาท สรุปแล้วผู้ลงทุนจะต้องใช้เงินในการซื้อ ETF นี้ที่ 10,016.05 บาท แทนที่จะเป็น 10,000 บาทนั่นเอง

ผลตอบแทนจาก ETF ต้องเสียภาษีไหม ?

ผู้ลงทุนใน ETF จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจาก 2 ส่วน คือ กำไรจากส่วนต่างราคา ( Capital Gain ) และผลตอบแทนจากเงินปันผล ( Dividend Yield ) สำหรับบุคคลธรรมดาที่ลงทุน ETF จะได้รับการยกเว้นภาษี สำหรับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา ส่วนผลตอบแทนเงินปันผล จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่ต้องนำไปรวมคิดภาษีเงินได้ตอนปลายปีอีก